ประวัติความเป็นมา

 

    บ้านแท่น  เดิมเป็นชุมชนเล็กๆ ที่มาตั้งบ้านเรือน อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ บริเวณ กุดหญ้าม้า นาเริง นาโหล่ง กุดแช่กลอย  ชุมชนของบ้านแท่นจะอยู่ตรงข้ามกับบ้านมอญ โดยมีแหล่งน้ำ ดังกล่าว กั่นกลาง แต่ก็ไปมาหาสู่กันดั่งบ้านพี่เมืองน้อง  ต่อมาก็มีคนอพยพโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่บ้านแท่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  บ้านแท่นแต่ก่อน  นิยมเรียกกันว่า บ้านแท่นเมืองมอญ เพราะถือว่าเป็นบ้านพี่บ้านน้องกับบ้านมอญ โดยในสมัยนั้นบ้านมอญเป็นหมู่บ้านใหญ่ มีฐานะเป็นตำบล ขึ้นกับอำเภอภูเขียว  ตอนหลังบ้านแท่นได้ขึ้นกับ ตำบลสามสวน(ช่วงนั้นตำบลตั้งตามที่อยู่ของกำนัน) และต่อมา บ้านแท่นจึงยกฐานะเป็นตำบล ขึ้นกับอำเภอภูเขียว แล้วได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอเมื่อ ปีพ.ศ.2508 โดยแยกเอาพื้นที่ 3 ตำบลออกจากอำเภอภูเขียวคือ ตำบลสามสวน ตำบลบ้านเต่า และ ตำบลบ้านแท่น จัดตั้งเป็นอำเภอเมื่อปีพ.ศ.2512 ปัจจุบันแบ่งการปกครองเป็น 5 ตำบล 66 หมู่บ้านคือ ตำบลบ้านแท่น 16 หมู่บ้าน ตำบลสามสวน 18 หมู่บ้าน ตำบลบ้านเต่า 13 หมู่บ้าน  ตำบลหนองคู 10 หมู่บ้าน และ ตำบลสระพัง 9 หมู่บ้าน

                          การคมนาคม

      การคมนาคมเพื่อติดต่อกับหมู่บ้านหรือระหว่าง เมืองต่างๆนั้นคงใช้เช่นทางหลักอยู่เช่นเดิมมาทุกยุคสมัยนับหลายร้อยปี คือเส้นที่ผ่านช่องสามหมอ ช่องฝาง หัวภูตะเภา และข้ามลำเซิน  การติดต่อไปมาหาสู่กันในสมัยก่อนนั้น ยังใช้วิธีเดินเท้าเดินลัดเลาะไปตาม หัวบ้านหัวเรือน ลอดชานบ้าน ผ่านเทือก สวน ไร่ นา ไปตามที่ต่างเป็นส่วนใหญ่ มีฐานะหน่อยก็ซื้อม้า ซื้อจักรยานอีโย่ง มาไว้ใช้ขี่ไปติดต่อกับหมู่บ้านหรืออำเภอใกล้เคียง การขนส่งสินค้าไม่ว่าจะส่งออกไปขาย หรือ ซื้อเข้ามาไว้ใช้ในหมู่บ้าน  ถ้ามีจำนวนมากก็ใช้วัวเทียมเกวียนในการขนส่ง แม้แต่การติดต่อราชการงานเมืองหรือการศึกษายังต่างถิ่นเช่น ภูเขียว หรือชัยภูมิ ก็ต้องใช้วิธีเดินเท่านั้น ถ้าไปภูเขียวก็จะเดินผ่านทางหัวภูตะเภาโดยออกเดินทางตั้งแต่ตี 2 ตี 3 หรือถ้าไปชัยภูมิก็ต้องเดินไปทางบ้านหนองผักหลอด บ้านเพ็ก ซึ่งมีป่าเพ็กมาก(บ้านเพชร)หนองบัวพักเกวียน และนอนพักแรมที่ช่องสามหมอ ก่อนที่จะเข้าเมืองชัยภูมิ หรือถ้าจะไปขอนแก่น ก็ต้องเดินข้ามลำน้ำเซินไปก่อน

             ต่อมาบ้านเมืองได้เจริญขึ้น รู้จักการตัดถนนไว้ใช้ในการเดินทาง ให้สะดวกขึ้น เริ่มจากการตัดถนนในหมู่บ้านก่อน เริ่มตัดถนนเส้นแรกเมื่อปีพ.ศ. 2485 นำโดย นายพรหมา ประยูรคำ นายทองดี ประจวบแท่น นายพิม แผ่นทอง นายยิ้ม นายเมฆ ได้รวบรวมชาวบ้านตัดถนนทางด้านทิศใต้ของหมู่บ้าน ให้ชื่อถนนว่า พรหมาสุวรรณราษฎร์ (ตอนหลังพัฒนาให้ยาวขึ้นติดต่อระหว่างหนองเรือ - หนองแวง)พอมีถนนเส้นนี้ขึ้นมาก็เริ่มมีรถรับจ้างของเจ็กกลิ่น พ่อค้าชาวภูเขียวเข้ามาวิ่งรับจ้าง อาทิตย์ละ 1 เที่ยว ตอนหลังก็มีรถของพ่อเหลิ่ง จากหนองเรือ เข้ามาวิ่งร่วมด้วย อีกไม่นานนัก นายพรหมา ประยูรคำ พ่อค้าชาวบ้านแท่นได้ซื้อรถโดยสารคันแรกของบ้านแท่นเข้ามาวิ่งรับจ้างเพิ่มขึ้นอีก และนี่เองที่ทำให้นายสำรอง ประจวบแท่น นายรุ่งประจวบแท่น นายคำนาย ประยูรคำ ข้าราชการครู และเป็นพ่อค้าชาวบ้านแท่นรุ่นใหม่ร่วมหุ้นกันซื้อรถโดยสารยี่ห้อ ด็อดสหะ เรียกว่า รถตระกูลทอง เข้ามาวิ่งรับจ้างด้วยเช่นกัน โดยมีนายรังษี ประจวบแท่นเป็นผู้จัดการหุ้นส่วน ต่อมานายบุญกว้าง กมลรัตน์ ได้เข้ามาร่วมหุ้น และได้จดทะเบียนเป็น บริษัทบ้านแท่นขนส่งจำกัด ได้เลขที่สายรถ 272 จวบจนมาถึงทุกวันนี้  และปัจจุบันการคมนาคมระหว่างอำเภอบ้านแท่นไปยังที่ต่างๆทั่วประเทศสะดวกสบายมาก เพราะมีการตัดถนนเชื่อมโยงกันราวกับใยแมงมุม แต่เป็นที่หน้าสังเกตุว่าเส้นทางหลักที่ใช้ในปัจจุบันนั้น ก็ยังเป็นเส้นทางที่ใช้ติดต่อกันเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว จะแตกต่างกันบ้างก็ตรงจุดผ่านไม่กี่แห่งเท่านั้น แต่หลักใหญ่ๆยังคงเป็นจุดเดิมคือ ช่องสามหมอ ช่องฝาง หัวภูตะเภา และการข้ามลำน้ำเซิน

 

การค้าขาย

 

          ด้านการค้า การขาย ของชาวบ้านแท่น ในสมัยก่อนนั้น สินค้าที่นำออกไปขายส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกของป่า หนังสัตว์ ครั่ง มะขามเปียก พุทรา ปอ ข้าว โดยจะใส่ตะกร้าหาบไปขาย ถ้ามีจำนวนมากก็จ้างเกวียนช่วยขน ตอนหลังจึงเริ่มมีรถเข้ามารับจ้างขน หรือ มีพ่อค้าคนกลางจากต่างเมืองเข้ามารับซื้อ สินค้าส่วนใหญ่จะนำไปขายที่หนองเรือ ชุมแพ หนองแก ภูเขียว ขอนแก่น ไกลสุดก็เป็นโคราช ตอนขากลับก็จะซื้อ สินค้าจำเป็นพวกน้ำมันก๊าด ตะปู สังกะสี ลวด ยารักษาโรค ปลาทู น้ำแต้ม(สีย้อมผ้า) ยาสูบ นำมาขายต่อในหมู่บ้าน และบ้านใกล้เคียงด้วย ซึ่งพ่อค้ายุคแรกๆ คือ นายพรหมา นายฮ้อยนู นายฮ้อยเลห์ นายฮ้อยสอน เป็นต้น และบางคนยังเป็นนายฮ้อย ต้อนวัวต้อนควายลงไปขายยังกรุงเทพฯ หรือ โคราชด้วย  ต่อมาก็ได้มีชาวจีน ชาวญวน ที่ทราบข่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ ความอยู่ดีมีสุขของบ้านแท่น จึงได้พากันเดินทางเข้ามาประกอบอาชีพค้าขายในบ้านแท่นด้วย เช่น เจ็กพงษ์ เจ็กกุย เจ็กอิน เจ็กกวง เจ็กฮี เจ็กจุ่ย เจ็กแซ เจ็กโกโล เป็นต้น และหลังมาก็มีพ่อค้ารุ่นใหม่เกิดขึ้น เช่น นายหมาแก้ว นายฮ้อยพงษ์ นายฮ้อยใด ครูสำรอง ครูรุ่ง ครูคำนาย ครูโท เป็นต้น

         แต่ในปัจจุบัน ได้มีพ่อค้าต่างถิ่นเข้ามาค้าขายมากมายขึ้น ตลอดจนมีสินค้าทันสมัยแปลกๆใหม่ๆมากมาย และยังได้เกิดการค้าแบบใหม่ขึ้นคือ ตลาดนัด โดยจะมีพ่อค้าแม่ค้าหลายๆเจ้า นำสินค้าเข้ามาวางขาย เพียงวันเดียว แล้วย้ายไปขายที่อื่น พอถึงกำหนดวันที่นัดจึงจะย้อนกลับมาขายใหม่ พ่อค้าเหล่านี้จะเอาเปรียบพ่อค้าท้องถิ่นเป็นอย่างมาก คือจะไม่มีการเสียภาษีบำรุงท้องที่แต่อย่างใด

         ส่วนสินค้าของชาวบ้านแท่นที่ นำออกไปขายเพื่อสร้างรายได้เข้าสู่อำเภอ ก็มีหลายชนิดเช่นด้านการเกษตร มี ข้าวเปลือก อ้อย พืชผักสวนครัว จำพวกพริก กระหล่ำปลี ส้มโอ เห็ด เป็นต้น ด้านการเลี้ยงสัตว์ก็มี วัว หมู ไก่ ปลา ด้านหัตถกรรม ก็มี ม้าก้านตาล ผ้าไหม ผ้าฝ่าย แต่สินค้าที่ทำรายได้หลักมานานจริงๆก็คือ ข้าวเปลือก อ้อย และกระหล่ำปลี ส่วนสินค้าน้องใหม่ที่กำลังเด่นก็คือส้มโอ  ได้มีคำกล่าวที่ว่า  บ้านแท่นมีของดีคือ

 

กระหล่ำโต.....ส้มโอหวาน.....ม้าก้านตาลสวย.....ร่ำรวยเห็ด

 

การศึกษา

 

การศึกษา ในสมัยก่อนนั้นชาวบ้านยังไม่ให้ความสำคัญเท่าใดนัก แต่ถ้าต้องการศึกษาหาความรู้ ผู้ปกครองก็จะฝากลูก ไปเรียนตามวัด หรือไม่ก็ให้ลูกบวชเรียนไปเลยก็มี สำหรับบ้านแท่นเองได้มีการเรียนการสอนครั้งแรกที่ ศาลาการเปรียญวัดบัลลังก์ เมื่อปีพ.ศ. 2457 จนมาถึงปี พ.ศ. 2485ได้ย้ายสถานที่ ไปบริเวณทุ่งนา สรสิทธิ (บริเวณหอประชุม รร.ชุมชนฯ)และในปีค พ.ศ. 2491 ได้สร้างอาคารเรียนขึ้นใหม่ บริเวณติดกับป่าช้าของหมู่บ้านซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสถานที่เดิม โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่า แท่นประจันพิทยาอุปการ โดยนำนามสกุล ประจันนวล ของผู้บริจาคที่ดิน และครูใหญ่คนแรกคือ นายหำ ประจันนวล มาประกอบเป็นชื่อ โรงเรียน (ต่อมาได้มาเปลี่ยนเป็น โรงเรียนชุมชนแท่นประจันพิทยาอุปการ และคณะกรรมการสถานศึกษาประชุมหารือกันเห็นว่าชื่อยาวไปไม่สะดวกเวลากรอกข้อความในเอกสารทางราชการต่างๆ จึงเหลือเพียง ชุมชนแท่นประจัน เท่านั้น )และในระหว่างนั้น นักธุระกิจชาวชัยภูมิ ชื่อนาย สงัด บุญญาวิทย์ ได้เข้ามาตั้ง โรงเรียนเอกชนขึ้น ชื่อ โรงเรียนแท่นบุญญาวิทย์เพื่อทำการสอนระดับมัธยม โดยได้เช่าที่ของนายเขียน ภิรมย์ไกรภักดิ์ เป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียน

        ในปีพ.ศ.2499 นายรุ่ง ประจวบแท่น ได้ซื้อกิจการมาดำเนินการต่อโดยสร้าง อาคารเรียนขึ้นที่บริเวณข้างโรงเรียนแท่นวิทยาในปัจจุบัน และเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนรุ่งโรจน์ปัญญา กิจการก็ดำเนินไปด้วยดี ตอนหลังสถานที่คับแคบจึงย้ายมาอยู่ที่บริเวณตลาดนัดหน้าโรงพยาบาล ในปัจจุบัน ได้ยุติกิจการแล้ว  ในปีพ.ศ.2518 ทางรัฐบาลจัดสรรงบประมาณสร้างโรงเรียนเพื่อสอนระดับมัธยมขึ้น ชื่อ โรงเรียนบ้านแท่นวิทยา   ปัจจุบัน  อำเภอบ้านแท่น มีสถานศึกษาระดับประถมศึกษา 31 แห่ง 1 สาขา  ระดับสามัญศึกษา 8 แห่ง การศึกษานอกโรงเรียน 1 แห่ง อนุบาลเอกชน 1 แห่ง

 

ศาสนา

 

        วัดเก่า ชื่อวัดจริงๆในสมัยก่อนและตั้งขึ้นมาในสมัยใดนั้น ยังไม่มีใครทราบ ทราบแต่เพียงว่าสถานที่แห่งนี้เดิมคือวัดเท่านั้น  วัดเก่าตั้งห่างออกมาทางทิศตะวันตกของลานพระแท่น เป็นที่ธรณีสงฆ์ มีเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา นส.3 ก. เลขที่ 249 เคยเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ระยะหนึ่ง แต่ต่อมาถูกปล่อยให้รกร้างด้วยสาเหตุใดยังไม่มีข้อมูล สถานที่วัดเก่านี้ถูกปล่อยให้ต้นไม้ขึ้นปกคลุม รกทึบมานาน และเชื่อว่ามีสิ่งมีสิ่งลี้ลับสถิตย์อยู่ จนไม่มีชาวบ้านคนใดกล้าที่จะย่างกลายเข้าไปใกล้ เหมือนกับที่บริเวณลานพระแท่น ชาวบ้านทราบแต่เพียงว่าในบริเวณ สถานที่แห่งนี้ มีซากเจดีย์ ซากพระอุโบสถปรักหักพัง กระจายอยู่ทั่วบริเวณ พอต่อมาระยะหนึ่ง ได้มีชาวบ้านมาสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย หนาแน่นขึ้น จึงได้ทำการตัดถนนเพื่อ ใช้สัญจรไปมาหาสู่กัน โดยได้ขุดร่องทำเป็นรูปถนน ผ่านบริเวณวัดเก่า โดยขอบถนนด้านหนึ่งจะติดกับซากเจดีย์เก่า ซึ่งได้ขุดพบวัตถุโบราณหลายชนิด เช่น พระผง พระขี้ครั่ง พระขี้ซี และพระอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง  เรื่องราวของวัดเก่า มีข้อมูลเพียงเท่านี้  แต่ขอตั้งข้อสังเกตุ ให้ท่านทั้งหลายที่สนใจเรื่องราวบ้านแท่นให้ช่วยสืบค้น เกี่ยวกับสิมน้ำที่อยู่ถัดจากวัดเก่าไปทางทิศเหนือ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ท่าสิม  ว่ามีความเกี่ยวข้องกับวัดเก่าหรือไม่อย่างไรรวมทั้งประวัติของ ปู่กอง ที่มีศาลอยู่หลังที่ว่าการอำเภอด้วยเช่นกัน

 

ประวัติวัดบัลลังก์

 

         วัดบัลลังก์  เมื่อศึกษาจากการสอบถามจากชาวบ้าน และดูจากบันทึกของ พระครูอนุรักษ์ชัยกิจ ทราบว่า ตั้งเป็นวัดครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2401 เดิมชื่อว่าวัดโพธิกลาง(เพราะภายในวัดมีต้นโพธิใหญ่อยู่ และนายเขียน ผ่องสนาม อดีตไวยาวัจกร เคยพบป้ายชื่อวัดโพธิกลาง) และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดบัลลังก์ ตามชื่อที่ชาวบ้านเรียก แท่นหินที่ค้นพบ วัดบัลลังถือว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ของคนยุคปัจจุบัน เคยเป็นโรงเรียนแห่งแรกของคนในชุมชน วัดบัลลังก์ มีเจ้าอาวาสทั้งหมด 19 รูปดังนี้

1.พระคำภีรปัญญา

          2.พระอาจารย์แสง

          3.พระอาจารย์จันทร์

          4.พระอาจารย์หยุย

          5.พระอาจารย์นาค

          6.พระอาจารย์ยิ้ม

          7.พระอาจารย์หลอด

          8.พระอาจารย์เหลี่ยม

          9.พระอาจารย์เมฆ

          10.พระอาจารย์สาย

          11.พระอาจารย์หำ

          12.พระอาจารย์มี

          13.พระอาจารย์ก่วง

          14.พระอาจารย์พัน

          15.พระอาจารย์หมุน

          16.พระอาจารย์หา

          17.พระอาจารย์แท่ง

          18.พระอาจารย์บาง

          19.พระอาจารย์ภู (พระอนุรักษ์ชัยกิจ)

 

 

ประวัติวัดวิเชียรธรรมาราม

 

     วัดวิเชียรธรรมาราม ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดป่า ตั้งอยู่เลขที่ 352 หมู่ 3 ตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เนื้อที่ 63 ไร่ 2 งาน 56 ตารางวา เดิมที่บริเวณนี้จะเป็นป่าโจด ป่าเพ็ก มีเห็ดชนิดต่างๆ และมีต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งกินได้ และกินไม่ได้ ขึ้นปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ  ตลอดทั้งมีสัตว์ป่าขนาดเล็ก มาอยู่อาศัยอย่างชุกชุม ถือว่าบริเวณนี้คือแหล่งอาหารธรรมชาติ ของชาวบ้านที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง และบางส่วนของพื้นที่บริเวณนี้ ชาวบ้านได้ นำซากวัว ซากควาย ที่ล้มตายจากโรคระบาด นำมาฝังไว้บริเวณนี้ บางส่วนชาวบ้านก็มาทำการเพระปลูก ทำไร่ ทำนา และบางส่วนของพื้นที่ ชาวบ้านได้กันพื้นที่ไว้ทำเป็น ป่าช้าสาธารณะ โดยจะมีอยู่สามส่วนคือ  ส่วนของบ้านแท่น ส่วนของคุ้มหัวสระ(ยังไม่ยกฐานะเป็นหมู่บ้าน) และส่วนของบ้านโนนสาทอน ส่วนที่เป็นป่าช้าของบ้านแท่น เมื่อปีพ.ศ.2506 หลวงพ่อจันทร์ จันทวัณโณ เจ้าอาวาสวัดบัลลังก์ในสมัยนั้น ได้มาสร้างกุฏิ ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 9 เมตรไว้สำหรับเป็นที่พักสงฆ์ และเพื่อความสะดวกหลายๆประการ เวลามาทำพิธีฌาปณกิจ  

       ต่อมาปีพ.ศ.2507 พระปลัดวิเชียร จิตตเสโน(ออน ประชามอญ) เจ้าอาวาสวัดชุมพร (บ้านมอญ) ได้ปรึกษาหารือ กับพระผู้ใหญ่ เช่นพระครูวินิฐชัยคุณ(หลอด จิตตมโน) พระครูอนุรักษ์ชัยกิจ(คำภู นรินโท) พระครูอนุรักษ์ชัยคุณ(ผ่านชัย อัคคธัมโม) และผู้นำชาวบ้าน เช่น นายออด โคสูงเนิน(อดีต ผู้ใหญ่บ้าน) นายเขียน ประยูรคำ นายแหยม แผ่นทองอดีตกำนัน) นายปุ่น ปัดชาเขียว(อดีตกำนัน) ครูคำนาย ประยูรคำ ครูรุ่ง ประจวบแท่น ครูสำรอง ประจวบแท่น ครูหนาย(รังสี) ประจวบแท่น ครูชาลี ประดิษฐ์แท่น ครูสมศรี ป้อมสุวรรณ เป็นต้น ผลการหารือได้เห็นชอบให้จัดตั้ง สำนักสงฆ์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์คือ ใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศลของพุทธบริษัท และเป็นการรักษาพื้นที่ป่าไม้บริเวณนี้ให้อุดมสมบูรณ์สืบไป โดยพระปลัดวิเชียร หรือ หลวงพ่อออน รับเป็นเจ้าสำนักสงฆ์รูปแรก และได้มีการ ก่อสร้างกุฏิ ถวาย 4 หลังดังนี้ ครูรุ่ง ประจวบแท่น 2 หลัง ครูสำรอง 1หลัง ตระกูลประดิษฐ์แท่น 1 หลัง ตระกูลประจันนวล 1 หลัง

         ปี พ.ศ. 2508 ตระกูลประดิษฐ์แท่น และตระกูลประจันนวลสร้างซุ้มประตูถวาย

         ปี พ.ศ. 2510 พระครูวชิรธรรมโกศล(หลวงพ่อออน)พร้อมชาวบ้าน สร้างศาลาการเปรียญขนาด กว้าง 18 เมตร ยาว 21 เมตร

         ปี พ.ศ.2511 ตั้งโรงเรียนสอนปริยัติธรรมในนามสำนักศาสนศึกษาวัดบัลลังก์ เพราะยังเป็นเพียงสำนักสงฆ์ โดยอำนวยการสอนโดย พระมหาฉลาด ปริญญาโณ

        ปี พ.ศ.2513พระครูวชิรธรรมโกศล เจ้าสำนักสงฆ์ ร่วมกับ ครูคำนาย ประยูรคำ ซึ่งทำงานที่แผนกศึกษาธิการ อำเภอ ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขออนุญาตยกฐานะสำนักสงฆ์ขึ้นเป็นวัด และได้รับหนังสืออนุญาต เลขที่ 51/2513 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2513

        ปี พ.ศ.2514 มหาเถรสมาคม และกระทรวงศึกษาธิการประกาศลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2514 ให้สำนักสงฆ์ยกฐานะเป็นวัด โดยใช้นามว่า วัดวิเชียรธรรมาราม (ตามชื่อ พระปลัดวิเชียร เจ้าสำนัก) โดยมีเจ้าอาวาสชื่อพระครูวชิรธรรมโกศล  (ตอนแรกขอตั้งชื่อวัดเป็น วัดวิเชียรวนาราม แต่ชื่อไปตรงกับวัดอื่น)

        ปพ.ศ.2515 สร้างอาคารเรียนสอนปริยัติธรรม กว้าง 11 เมตร ยาว 32 เมตร งบประมาณ 356,978 บาท

        ปี พ.ศ.2523 สร้าง เมรุเผาศพ ขนาด 2 เตา งบประมาณ 210,987 บาท

        ปี พ.ศ.2525สร้างพระอุโบสถ ขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 21 เมตร

        ปี พ.ศ.2526พระครูวชิรธรรมโกศล ถึงแก่มรณะภาพ  และพระครูสิริวชิรากร (สมพร อริยปญโญ) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

        ปี พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา

        ปี พ.ศ.2544สร้างศาลาการเปรียญขึ้นใหม่ กว้าง 18 เมตร ยาว 36 เมตร งบประมาณ 4,543,543 บาท

          ปัจจุบัน วัดป่า หรือ วัดวิเชียรธรรมารามมีเจ้าอาวาสรูปที่ 2 ชื่อ พระครูสิริวชิรากร (สมพร อริยปญโญ)และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอด้วย วัดวิเชียรธรรมาราม คือศูนย์กลางของการปกครองสงฆ์ ศูนย์กลางการรักษาวัฒนธรรมประเพณีของบ้านเมือง และศูนย์กลางการศึกษา โดยมีเจ้าอาวาสเป็นแกนนำ

 

ทรงพล สมตัว  ข้อมูล

 

 

สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านแท่น

 เลขที่ 189 หมู่ที่ 3 ถ.พรหมาสุวรรณราษฎร์ ต.บ้านแท่น อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ โทร. 044887021 โทรสาร. 044887106

ติดต่อ  e:mail   mail@banthaen.org    http://www.banthaen.org

view : 1024x768